วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

ห้องสมุด


   บทที่ 1ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับห้องสมุด

1.1 ความหมายของห้องสมุด
    ความหมายห้องสมุด ความสำคัญของห้องสมุด วัตถุประสงค์ของห้องสมุด
ห้อง สมุด (Library) นับเป็นศูนย์รวมสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่มนุษย์รู้จักบันทึกสารสนเทศด้วยตัวอักษร โดยบันทึกสารสนเทศลงบนกระดูกสัตว์ แผ่นดินเหนียว โลหะ ไม้ไผ่ กระดาษ ผ้าไหม หนังสัตว์ แผ่นฟิล์ม พลาสติก จานแม่เหล็ก จนในปัจจุบันได้นำเอาเทคโนโลยี การสื่อสารและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบันทึก ทำให้สามารถบริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุด ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างหลากหลาย และรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ประโยชน์ในการใช้สารสนเทศอย่างมากที่สุด
    คำว่า “ห้องสมุด” ภาษาอังกฤษเขียนว่า Library มาจากภาษาลาตินว่า liber แปลว่า ที่เก็บหนังสือ
สุมน ถนอมเกียรติ (2541: 2) กล่าวว่าห้องสมุด คือ แหล่งสะสมและให้บริการสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโสตทัศน์แก่ผู้ใช้ห้องสมุด
ปรียา ไชยสมคุณ (2546 : 17) ให้ความหมายว่า ห้องสมุด หมายถึง แหล่งรวบรวมความรู้ ข่าวสารต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกไว้ทั้งในวัสดุตีพิมพ์ เช่น หนังสือ วารสาร นิตยสาร เป็นต้น และวัสดุไม่ตีพิมพ์ เช่น โทรทัศน์ วีดิโอเทป เทป สไลด์ ซีดีรอม เป็นต้น
ดังนั้นสรุปได้ว่า ห้องสมุด คือ สถานที่รวบรวมความรู้ ข่าวสารไว้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งวัสดุตีพิมพ์ วัสดุไม่ตีพิมพ์ (หรือสื่อโสตทัศน์) เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุด   

1.2 ความสำคัญของห้องสมุด    ห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมสารสนเทศไว้ให้บริการแก่ผู้ใช้ โดยนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาปรับปรุงพัฒนาการให้ บริการ ทำให้ห้องสมุดสมัยใหม่สามารถให้บริการสารสนเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ห้องสมุดจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเองของสังคมการเรียนรู้ สำหรับความสำคัญของห้องสมุดพอสรุปได้ดังนี้
    1. ห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศต่าง ๆ หลากหลายสาขาที่ผู้ใช้สามารถค้นหาความรู้ทุกแขนงวิชาที่ตนต้องการ
    2. ห้องสมุดเป็นที่ที่ทุกคนจะเลือกศึกษาค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ ได้โดยอิสระ ตามความสนใจของแต่ละบุคคล
    3. ห้องสมุดเป็นแหล่งสารสนเทศที่ช่วยสร้างนิสัยรักการอ่าน ทำให้ผู้ใช้เกิดความพอใจในการหาความรู้โดยไม่จบสิ้น
    4. ห้องสมุดช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดมีความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะในปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาขึ้นควบคู่กับการพัฒนาของ เทคโนโลยี           คอมพิวเตอร์ทำให้การสื่อสารสารสนเทศแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การค้นคว้าข้อมูล สารสนเทศได้สะดวกรวดเร็ว ทันต่อความต้องการของผู้ใช้
    5. ห้องสมุดเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้ใช้รู้จักการเคารพสิทธิของผู้อื่น รู้จักเคารพกฎ ระเบียบของสังคม และรู้จักใช้สมบัติสาธารณะ
    6. ห้องสมุดเป็นสถานที่ที่ให้ความเพลิดเพลินและความสนุกสนาน เพราะในห้องสมุดมีบริการต่าง ๆ เช่น สื่อสารสนเทศด้านบันเทิง การให้บริการอินเทอร์เน็ต
1.3 บทบาทของห้องสมุด
    ห้องสมุดเป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อสังคมในด้านต่างๆ ดังนี้
    1. การจัดการศึกษา
พระ ราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และผู้เรียนแต่ละคนมีความต้องการหรือความถนัดต่างกัน ดังนั้น การเรียนในชั้นเรียน โดยครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แต่เพียงฝ่ายเดียว ย่อมไม่เพียงพอที่จะรอบรู้ในวิทยาการด้านต่างๆ ซึ่งกำลังเจริญรุดหน้าไปในปัจจุบันได้ ผู้เรียนจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองอย่างกว้างขวางจากแหล่งการเรียน รู้ ตัวบุคคล ศูนย์สารสนเทศรวมทั้งห้องสมุด ห้องสมุดจึงมีบทบาทสำคัญที่จะสนองตอบแนวทางการจัดการศึกษาด้านเหล่านี้ โดยห้องสุดจะเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญที่ผู้เรียนใช้ศึกษาค้นคว้าใน เนื้อหาวิชาต่างๆ ตรงตามความมุ่งหมายของแต่ละสถาบันการศึกษานั้นๆ
    2. ด้านวัฒนธรรม
ห้อง สมุดเป็นศูนย์รวมและรักษาวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่และสืบทอดไปยังอนุชนรุน หลัง ห้องสมุดจึงมีบทบาทสำคัญควบคู่กับอารยธรรมของมนุษย์ชาติ และเป็นเครื่องวัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศนั้นๆได้
    3. ด้านเศรษฐกิจ
ห้อง สมุดมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งไนฐานะก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในด้านต่างๆ ช่วยให้เกิดกรผลิต การจำหน่าย การหมุนเวียนหนังสือและวัสดุอุปกรณ์ห้องสมุดให้กว้างขวาง ช่วยสร้างงานและคนให้มีความรู้ ความสามารถ พัฒนาอาชีพการงานให้พลเมืองโดยได้ใช้เวลาวางให้เป็นประโยชน์ งานบริการสื่อการศึกษาในห้องสมุดช่วยประหยัดงบประมาณส่วนบุคคล เปิดโอกาสให้ทุกคนมีโอกาสแสวงหาความรู้ พัฒนาตนเองให้เท่าเทียมกัน
    4. ด้านการเมืองการปกครอง
ห้อง สมุดส่งเสริมการเมือง การปกครอง ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ในระบอบการปกครองของประเทศ รู้จักปกครองตนเอง เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เกิดความสามัคคี
1.4 วัตถุประสงค์ของห้องสมุด
    ห้องสมุดทุกประเภทมีวัตถุประสงค์ทั่วไป 5 ประการ คือ
    1. เพื่อการศึกษา (Education) เป็นการพัฒนาพลเมืองให้มีความรู้ เฉลียวฉลาด มีความรับผิดชอบ และความสามารถในการครองชีพ การศึกษาด้วยตนเองโดยการค้นคว้าหาความรู้จากห้องสมุดทำให้มีความรอบรู้กว้างขวาง ลึกซึ้ง สามารถตัดสินปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป
    2. เพื่อความรู้หรือสารนิเทศ (Information) ห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้อง เหมาะสม ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ เช่น การศึกษาการดำเนินชีวิต การรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจ เป็นต้น
    3. เพื่อการค้นคว้าวิจัย (Research) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความก้าวหน้าทางวิชาการ ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ ๆ หรือให้ข้อเท็จจริงบางประการ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน หรือใช้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของสังคม ห้องสมุดเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่เป็นพื้นฐานในการค้นคว้าวิจัย
    4. เพื่อความจรรโลงใจ (Inspiration) หรือความสุขทางใจ เป็นแรงบันดาลใจในทางสร้างสรรค์ ปรารถนาที่จะกระทำความดีที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม วิชาการทางด้านปรัชญา ศาสนา ศิลปะและวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ชีวประวัติของบุคคล
    5. เพื่อนันทนาการ (Recreation) หรือพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ที่ต้องการพักผ่อนสมอง ผ่อนคลายความตึงเครียด เกิดความเพลิดเพลินใจ สบายใจ วัสดุห้องสมุดที่มีเนื้อหาสาระ ทั้งสารคดีและบันเทิงคดี สามารถก่อให้เกิดนันทนาการได้
1.5 องค์ประกอบของห้องสมุด
    ในการที่จะดำเนินงานห้องสมุดให้ประสพความสำเร็จนั้น ห้องสมุดต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
    1.  ผู้บริหาร
          ผู้บริหารเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการสนับสนุนการดำเนินงานห้องสมุดให้ผู้มีอำนาจพิจารณาให้การสนับสนุน
ทั้งในด้านการเงิน กำลังคนและกำลังใจการให้การสนับสนุนจะทำให้การดำเนินงานห้องสมุดบรรลุตามวัตถุประสงค์
    2.  อาคารสถานที่    
          ห้องสมุดต้องมีสถานที่พอเพียงในการเก็บหนังสือและโสตทัศน์วัสดุอุปกรณ์ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และให้บริการ
แก่ผู้ใช้ สถานที่ห้องสมุดนั้นอาจเป็นอาคารส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร
    3.  ครุภัณฑ์        
          ครุภัณฑ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้องสมุดในการที่จะใช้เป็นที่เก็บหนังสือ สิ่งพิมพ์วัสดุต่าง ๆ และยังเป็น
เครื่องอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้
    4. วัสดุสารนิเทศ
          ห้องสมุดจำเป็นจะต้องมีหนังสือ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ  และโสตทัศน์วัสดุเพื่อสนองความต้องการแก่ผู้ใช้วัสดุสารนิเทศ
ของห้องสมุดโดยทั่ว ๆ ไป จัดแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ  วัสดุตีพิมพ์และวัสดุไม่ตีพิมพ์ หรือโสตทัศนวัสดุ
    5. บุคลากร
          ห้องสมุดจะต้องมีบรรณารักษ์ซึ่งมีพื้นความรู้ในวิชาบรรณารักษศาสตร์เป็นบรรณารักษ์และบุคลากรอื่น ๆ
ร่วมดำเนินงานห้องสมุด

    6. เงินอุดหนุน
           เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดหาวัสดุสารนิเทศ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อดำเนินงานห้องสมุดบรรลุเป้าหมาย
ที่วางไว้
1.6 ประเภทของห้องสมุด
    ห้องสมุดที่ให้บริการในประเทศไทย โดยทั่วไปแบ่งตามลักษณะหน้าที่และวัตถุประสงค์ให้บริการได้ 5 ประเภท
    1. ห้องสมุดแห่งชาติ (National Library) เป็นแหล่งรวบรวมและเก็บรักษาหนังสือพิมพ์ที่พิมพ์ภายในประเทศ ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ ทำหน้าที่รวบรวมและรักษาวรรณกรรมของชาติ โดยเฉพาะสารสนเทศเกี่ยวกับประเทศไทย ศิลปวัฒนธรรมที่แสดงเอกลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งจัดทำบรรณานุกรมทรัพยากรสารสนเทศแห่งชาติ กำหนดเลขมาตรฐานสารกลประจำหนังสือ (International Standard Number-ISBN) และเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร (International Standard Serials Number-ISSN) โดยจัดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หอสมุดแห่งชาติใหญ่ๆ ในต่างประเทศที่ควรรู้จัก เช่น หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress) หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส ส่วนหอสมุดแห่งชาติของไทย ตั้งอยู่ที่ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร และมีหอสมุดสาขากระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ลำพูน ชลบุรี บุรีรัมย์ นครราชสีมา จันทบุรี เพื่อให้บริการอย่างทั่วถึงในส่วนภูมิภาค
    2. ห้องสมุดวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย เป็นศูนย์สารสนเทศในระดับอุดมศึกษาครอบคลุมหลักศูนย์กลางศึกษา และการวิจัยพัฒนาให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ปัจจุบันสถาบันอุดมศึษาได้พัฒนาสถานภาพของห้องสมุดให้เป็นสถาบันวิทยาการ สำนักวิทยาบริการ เพื่อให้มีสักยาภาพสูงในการดำเนินงาน สามารถจัดบริการสารสนเทศได้อย่างขว้างกว้างและลึกซึ้ง โดยการจัดหาเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดสร้างฐานข้อมูลต่างๆ สร้างระบบเครือข่าย ข่ายงาน การบริการสารสนเทศทั้งออฟไลน์และออนไลน์ และมีหลายแห่งได้มีการพัฒนาไปสู่ระบบห้องสมุดดิจิทัล และห้องสมุดเสมือน ในสถานศึกษาระดับวิทยาลัย มีการจัดตั้งศูนย์โดยรวมศูนย์สื่อการศึกษา ศูนย์โสตทัศนศึกษา และศูนย์การเรียนเข้าร่วมกัน โดยมีชื่อเรียกว่า ศูนย์วิทยาบริการหรือศูนย์การเรียนรู้ มีหน้าที่ส่งเสริมการเรียนการสอน และการวิจัยให้บรรลุผลตามสถานศึกษา ดำเนินการทั้การจัดหาจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ที่ตรงการความต้องการของผู้ใช้ และจัดระบบการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งนี้เพื่อสร้างฐานการเรียนรู้ ตามความถนัดของผู้เรียน โดยรวมแล้วศูนย์ลักษณะนี้ทำหน้าที่คล้ายห้องสมุด แต่เพิ่มเติมพิเศษ คือนอกจากจะเป็นที่รวบรวมหนังสือต่างๆยังมีสื่อการสอนประเภทต่างๆไว้ให้ บริการ ได้แก่ เทปตลับ เทปภาพ รวมทั้งเป็นศูนย์สื่อการศึกษา ช่วยครูผู้สอนในด้านการเตรียมวัสดุอุปกรณ์สื่อการสอนต่าง ๆ ที่พร้อมให้ครูยืมใช้ได้ทันที รวมทั้งมีอุปกรณ์ผลิตสื่อการสอน เช่น คอมพิวเตอร์อุปกรณ์ถ่ายภาพ ซึ่งจะเห็นว่าศูนย์มีความสัมพันธ์กับสถานศึกษาอย่างมาก ผู้บริหาร อาจารย์ และบรรณารักษ์ที่ให้บริการ จะต้องให้ความร่วมมือกันเพื่อการมุ่งสู่การเรียนรู้อย่างแท้จริง
    3. ห้องสมุดโรงเรียน เป็นที่จัดตั้งขึ้นในโรงเรียน เพื่อการศึกษาค้นคว้าของนักเรียนและครูโรงเรียน ใช้ประกอบการเรียนการสอนตามหลักสูตร ทั้งในระบบประถมศึกษาและมัธยมศึกษารวมทั้งเป็นศูนย์รวมวัสดุศึกษาทุกชนิด ที่ครอบคลุมเนื้อหาที่มีในสูตร ครู นักเรียนสามารถเลือกใช้ตามความต้องการ ความสนใจ และความสามารถของแต่ละบุคคล ห้องสมุดโรงเรียนบางแห่งมีลักษณะเป็นศูนย์กลางศึกษา หรือศูนย์สื่อการเรียนการสอน เช่นเดียวกับห้องสมุดวิทยาลัย
    4. ห้องสมุดประชาชน เป็นศูนย์กลางบริการสารสนเทศโดยตรงแก่ประชาชนทั่วไปในชุมชนมีทรัพยากร สารสนเทศประเภท เพื่อสนองความต้องการความสนใจของผู้ใช้โดยเปิดให้ประชาชนเข้าใช้และขอยืม หนังสือออกนอกห้องสมุดได้ปัจจุบันห้องสมุดประชาชนมีบทบาทสำคัญในการจัดการ ศึกษา โดยเฉพาะการจัดการศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย โดยทำหน้าที่ให้บริการสื่อการเรียนการสอน เป็นสถานที่ค้นคว้าสำหรับศึกษา ในระบบการศึกษานอกระบบ (กศน.) และกลุ่มผู้สนใจ เพื่อทำกิจกรรมการศึกษาเป็นศูนย์กลางแนะแนวและศูนย์การเรียนไกลไทยคม การศึกษาตามอัธยาศัยที่มีสื่อประเภทต่างๆ คอยให้บริการ และจัดนิทรรศการ รวมทั้งบทบาทในการเป็นศูนย์ข้อมูลชุมชนให้บริการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและแลก เปลี่ยนสารสนเทศประเภทต่างๆ เป็นต้น
    5. ห้องสมุดเฉพาะ เป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบ ที่มีเนื้อหาเฉพาะสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานหรือศึกษาในสาขาวิชานั้นๆ โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงานต้นสังกัด ตัวอ่างเช่น ห้องสมุดคณะวิชาต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ห้องสมุดส่วนราชการ บริษัทสมาคมโรงงาน เช่น ห้องสมุดกรมวิชาการเกษตร ห้องสมุดสวนบริภัณฑ์เพื่อการศึกษา

1.7 บริการของห้องสมุด
    ห้องสมุดสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา แบ่งการบริการไว้ดังนี้
    1. บริการการอ่าน (Reading Service)
จัด เตรียมหนังสือและวัสดุการอ่านทุกประเภทเพื่อการอ่านทั่วไป และการศึกษาค้นคว้าทั้งภายในและภายนอกห้องสมุดด้วยระบบออนไลน์ของโปรแกรม OpenBiblio เพื่อการสืบค้นสารสนเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
    2. บริการสารสนเทศ (Information Service)
ให้ บริการทรัพยากรสารสนเทศทั้งสิ่งตีพิมพ์ และไม่ตีพิมพ์ที่มีหลากหลาย ช่วยการสืบค้นสารสนเทศได้อย่างกว้างขวางทำให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ รวดเร็ว และเหมาะสม
    3. บริการยืม-คืน (Circulation Service)
ให้ บริการยืม-คืนทรัพยากรสารสนเทศทั้งสิ่งพิมพ์และโสตทัศนวัสดุ เฉพาะข้าราชการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น. ในวันจันทร์ - ศุกร์
    4. บริการสืบค้นสารสนเทศ
ให้ บริการการสืบค้นด้วยระบบอัตโนมัติโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการสืบค้นสารสนเทศออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหารายชื่อหนังสือในหอสมุดหรือบทความจากวารสาร และหากต้องการรายชื่อบทความจากวารสารหรือรายชื่อหนังสือเหล่านั้น ติดต่อขอสำเนาเอกสารได้จากเจ้าหน้าที่
    5. บริการสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง
ให้บริการวารสารและหนังสือ ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับล่วงเวลา
    6. บริการจองหนังสือ
ให้บริการแก่ผู้ใช้ที่ต้องการยืมหนังสือ โดยโทรศัพท์จองล่วงหน้าไว้ เจ้าหน้าที่จะจัดหาและจัดส่งให้ตามที่กำหนด
    7. บริการสาระสังเขปและดรรชนี
โดยให้บิรการในการสรุปใจความสำคัญของเอกสารเฉพาะบางประภท ช่วยประหยัดเวลาของผู้อ่านในการค้นคว้าข้อสนเทศ
    8. บริการเครือข่ายสารสนเทศ
โดยให้บริการสารสนเทศในระบบเครือข่าย ทั้งระบบเครือข่ายที่เป็นข่าวสารโดยตรงหรือโดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศต่างๆ
    9. บริการแนะนำให้คำปรึกษาการจัดห้องสมุด
กรณีที่ห้องสมุดโรงเรียนในชุมชนท้องถิ่นที่ห่างไกล มีปัญหาเรื่องการจัดการห้องสมุด สามารถขอคำแนะนำได้
    10. บริการรายชื่อหนังสือใหม่
มีการรวบรวมรายชื่อหนังสือใหม่แจ้งในข่าวสารห้องสมุด
    11. จัดแสดงนิทรรศการหนังสือ
มีการจัดแสดงหนังสือใหม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่น่าสนใจ
1.8 กิจกรรมของห้องสมุด
    ประเภทของกิจกรรมห้องสมุด
    1.กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เป็นกิจกรรมที่สร้างแรงจูงใจให้สมาชิกสนใจในการอ่านและเกิดนิสัยรักการอ่าน
เช่น การเล่านิทาน การตอบปัญหาจากหนังสือ การออกร้านหนังสือ การโต้วาที การจัดแสดงหนังสือใหม่ ฯลฯ
    2.กิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องห้องสมุด เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้รู้จักใช้ห้องสมุดในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ได้แก่ การแนะนำการใช้ห้องสมุด การนำชมห้องสมุด
    3.กิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอน เป็นกิจกรรมที่ห้องสมุดจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ การจัดนิทรรศการ การประกวดคำขวัญ การประกวดเรียงความ
    4.กิจกรรมส่งเสริมความรู้ทั่วไป เป็นกิจกรรมที่ห้องสมุดจัดทำขึ้นเพื่อเสริมความรู้ให้แก่ผู้ใช้บริการ ได้แก่การจัดสัปดาห์ห้องสมุด ได้แก่ การจัดสัปดาห์ห้องสมุด การสาธิตภูมิปัญญาไทย การฉายสื่อมัลติมีเดีย
    5.กิจกรรมส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์จากการอ่าน ได้แก่ การจัดมุมรักการอ่าน การจัดมุมหนังสือในห้องเรียน การจัดห้องสมุดเคลื่อนที่
1.9 ประวัติห้องสมุดในประเทศไทย
    สมัยสุโขทัย (พ.ศ. 1800 - 1920) พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นในปี พ.ศ. 1826 ได้จารึกเรื่องราวต่างๆ ลงบนแผ่นหินหรือเสาหิน คล้ายกับหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่จารึกเมื่อประมาณ 700 ปีมาแล้ว ซึ่งหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชถือเป็นหนังสือเล่มแรกของไทย เมื่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราชส่งสมณฑูตไปสืบศาสนาที่ลังกา ก็รับพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์เข้าสู่กรุงสุโขทัย พร้อมทั้งคัมภีร์พระไตรปิฎก โดยสันนิษฐานว่าจารึกลงในใบลาน ดังนั้นพระในเมืองไทยจึงมีการคัดลอกพระไตรปิฎกที่เรียกว่า การสร้างหนังสือ ทำให้มีหนังสือทางพุทธศาสนาเกิดขึ้นจำนวนมากที่เรียกว่า หนังสือผูกใบลาน จึงสร้างเรือนเอกเทศสำหรับเก็บหนังสือทางพุทธศาสนา เรียกว่า หอไตร และในปลายสมัยกรุงสุโขทัยได้มีวรรณกรรมทางศาสนาที่สำคัญคือ ไตรภูมิพระร่วง ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาธรรมราชาที่ 1 พญาลิไทย
    สมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 1893 - 2310) ได้มีการสร้างหอหลวงไว้ในพระบรมมหาราชวังเป็นที่สำหรับเก็บหนังสือของทางราชการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2310 ทั้งหอไตรและหอหลวงได้ถูกพม่าทำลายได้รับความเสียหาย
    สมัยกรุงธนบุรี (พ.ศ. 2310 - 2325) พระเจ้าตากสินได้โปรดให้ขอยืมพระไตรปิฎกจากเมืองนครศรีธรรมราชมาคัดลอกและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอพระไตรปิฎกหลวง หรือเรียกว่า หอหลวง
    สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2325 - ปัจจุบัน)
    1. หอพระมณเฑียรธรรม พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอพระมณเฑียรธรรมขึ้นเมื่อ พ.ศ 2326 ในพระบรมมหาราชวังบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเก็บพระไตรปิฎกหลวง แต่ถูกไฟไหม้ จึงโปรดให้สร้างขึ้นใหม่และใช้นามเดิม
    2. จารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา และให้รวบรวมเลือกสรรตำราต่างๆ มาตรวจตราแก้ไขแล้วจารึกลงบนแผ่นศิลาประดับไว้ในบริเวณต่างๆ ของวัด มีรูปเขียนและรูปปั้นประกอบตำรานั้นๆ แต่ที่รู้จักกันแพร่หลายคือ รูปปั้นฤาษีดัดตนในท่าต่างๆ ที่ถือเป็นต้นตำรับการนวดและตำรายาไทย ซึ่งเป็นต้นตำรับการแพทย์แผนไทยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ นอกจากนั้นยังมีความรู้อีกมากมายมที่จารึกไว้ จนทำให้จารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย และได้รับการยกย่องให้เป็นห้องสมุดประชาชนแห่งแรกของไทย
    3. หอพระสมุดวชิรญาณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2424 เพื่อเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. หอพุทธศาสนสังคหะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างขึ้นที่วัดเบญจมบพิตร เมื่อ พ.ศ. 2443 เพื่อเก็บหนังสือต่างๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
    5. หอสมุดสำหรับพระนคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2448 โดยโปรดเกล้าฯ ให้รวมหอพระมณเฑียรธรรม หอพระสมุดวชิรญาณ และหอพุทธศาสนาสังคหะเข้าเป็นหอเดียวกัน และพระราชทานนามว่า หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร
    6. หอสมุดแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยให้แยกห้องสมุดออกเป็น 2 หอ คือ แยกหนังสือตัวเขียน ได้แก่ สมุดไทย หนังสือจารึกลงในใบลาน สมุดข่อย ศิลาจารึก และตู้ลายรดน้ำไปเก็บไว้ที่พระที่นั่ง ศิวโมกขพิมาน ซึ่งอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ใช้สำหรับเก็บหนังสือตัวเขียน และเรียกว่า หอพระวชิรญาณ ส่วนหอสมุดที่ตั้งขึ้นที่ตึกถาวรวัตถุใช้เก็บหนังสือตัวพิมพ์ เรียกว่า หอพระสมุดวชิราวุธ
    7. หอจดหมายเหตุ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2459 มีงานดังนี้
- งานจัดหาเอกสารและบันทึกเหตุการณ์
- งานจัดเก็บเอกสาร
- งานบริการเอกสาร
- งานซ่อมแซมและบูรณะเอกสาร
- งานไมโครฟิล์ม และถ่ายสำเนาเอกสาร

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บทที่ 4

ผลงานที่ปรากฏดังภาพ



ภาพนี้เกิดจากการตกเเต่งใช้ภาพ1ภาพ แล้วใช้โปรเเกรมphotoscapeตกแต่ง


วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

บทที่ 3

1.ขั้นตอนการลงโปรเเกรม
   ขั้นที่ 1
   ดับเบิ้ลคลิกตัวโปรเเกรม
ขั้นที่ 2
 กดปุ่ม next

ขั้นที่ 3
 กดปุ่ม I Agree

ขั้นที่ 4
 กดปุ่ม next

ขั้นที่ 5
 กดปุ่ม next

ขั้นที่ 6
 กดปุ่ม Install

ขั้นที่ 7
กำลังดาวน์โหลด

ขั้นที่ 8
กดปุ่มFinish
ขั้นที่ 9
 พอเรากดปุ่มfinishเสร็จก็จะขึ้นเป็นตัวโปรเเกรม

ขั้นที่ 10
 กดตรงที่เขียนว่าเเก้ไขภาพก็จะได้ภาพนี้

ขั้นที่ 11
  นำภาพมาจากmy picture ดังภาพ

ขั้นที่ 12
 เลือกที่จะปรับเเสงดังภาพ

ขั้นที่ 13
 แล้วจะได้ดังภาพ

ขั้นที่ 14
 แล้วกดที่คำว่าเพิ่มวัตถุ

ขั้นที่ 15
 แล้วคลิกที่รูปภาพด้านล่างตรงเเถบ


ขั้นที่ 16
 แล้วกดคำว่ารูปภาพ
ขั้นที่ 17
 เลือกภาพที่ต้องการ
ขั้นที่ 18
 ย้ายตามใจชอบ
ขั้นที่ 19
กดตัวt เพื่อเขียนข้อความ
ขั้นที่ 20
แล้วเขียนตามใจชอบ
ขั้นที่ 21
กดคำว่าบันทึกภาพ
ขั้นที่ 22
กดคำว่าบันทึกเป็น

ขั้นที่ 23
กดsave

ขั้นที่ 25
กดตกลง








วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บทที่2

                 โปรเเกรมชื่อ  photoscape  ใช้สำหรับทำ    เเต่งภาพให้ดูสวยขึ้น  มีความสามารถ รูปหลายๆ รูป เอาไว้ได้ในเฟรมเดียว , รีไซส์ก็ได้ แต่งแสงแต่งสี, ทำซีเปีย, ทำขาวดำ, แคปหน้าจอแบบไฮโซ เลือกได้ว่า จะแคปแบบเต็มเฟรม หรือว่าแบบเฉพาะหน้าต่าง แบบไม่ติด TaskBar ด้วย  Window Movie Maker  รองรับไฟล์ประเภท ภาพนิ่ง audio, video และ video จาก กล้อง digital, Video ตัดต่อหนังได้ตามความต้องการ โดยมีการแบ่งไฟล์ เป็น Movie Clip เล็ก ๆเพิ่มเติมภาพนิ่งเข้าไปเป็นฉากเริ่มต้น (title) ได้ปรับแต่งความนุ่มนวลของภาพ ด้วยการซ้อน Movice Clip แต่ละอันเข้าด้วยกันเปลี่ยนเสียงจากต้นฉบับมาเป็นเสียงของคุณเองได้ตามต้องการบันทึกเป็นไฟล์ วีดีโอ ด้วยคุณสมบัติหลากหลายแบบ
    คุณสมบัติเฉพาะ
1.ผู้ผลิต mooii
2.ขนาดไฟล์  15.45 mb
3.ลิขสิทธิ์ freeware
4.ระบบos windows/2003/7/xp
5.เวอร์ชั่นรุ่น 3.4

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บทที่1

คำนำ
       ข้าพเจ้าด.ญ.ศรีสุดารัตน์  สว่างเกตุ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2/2 โรงเรียน ถาวรานุกูล อำเภอเมือง จังหวัด สมุทรสงคราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 10
       กำลังศึกษาวิชาทฤษฏีความรู้(Theory  of  knowlage:TOK)มีประเด็นความรู้ที่สนใจคือ "การทำให้ภาพดูน่ารักยิ่งขึ้น" จึงตั้งประเด็นศึกษาว่า"การใช้photoscapeสร้างภาพให้ดูน่ารักยิ่งขึ้นทำได้อย่างไร?"
       การศึกษาหาความรู้โดยละเอียดได้กระทำดังนี้
        1.จากอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=7602
        2.
        3.
        ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษษครั้งนี้ คือ การสร้างภาพให้ดูน่ารักยิ่งขึ้นโดยใช้โปรแกรม photoscape จริงอย่างที่ได้ตั้งประเด็นศึกษาไว้
                                                                                         ด.ญ.ศรีสุดารัตน์ สว่างเกตุ
                                                                                      นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2/2